FANDOM


ม่ง - มงคล ชัยมงคล

MENG - Mongkol Chaimongkol

[[
5502 - Meng

MENG

|250px]]

ชื่อ-นามสกุล

มงคล ชัยมงคล (Mongkol Chaimongkol)

ชื่อเล่น

ม่ง / อาม่ง (Meng / A-Meng)

วันเกิด (อายุ นับถึงปี 2559)

12 สิงหาคม พ.ศ.2539 (19 ปี)

เพศ (รสนิยมทางเพศ)

ชาย (ชอบผู้หญิง)

สถานะ

นักเรียนรุ่นที่ 5 (2555-2557)

แผนการเรียน

วิทย์-คณิต

ส่วนสูง-น้ำหนัก

ม.4 - 182 เซนติเมตร / 69 กิโลกรัม

ม.5 - 182.5 เซนติเมตร / 69 กิโลกรัม

ศาสนา

พุทธ (มหายาน)

กรุ๊ปเลือด

n/a

ชมรม

ม.4 - ดนตรีสากล

ม.5 - ฟุตบอล

ม่ง - มงคล ชัยมงคล

ข้อมูลทั่วไป

DB1

1. ชื่อจริง / นามสกุล / (ชื่อเล่น)

นายมงคล ชัยมงคล (ม่ง/อาม่ง) [MR. MONGKOL CHAIMONGKOL (MENG/A-MENG)]

 

- ที่บ้านและเครือญาติจะเรียกกันว่า "อาม่ง" ซึ่ง "ม่ง" (梦) มีการเขียนชื่อจีนแบบ pinyin คือ mѐng แปลว่า "ความฝัน" (แต่จะอ่านว่า "เมิ่ง" ก็ไม่ผิด เพราะเป็นแค่คนละสำเนียง)

- ชื่อภาษาจีน: "蔡孟珂" (cài mѐng kē: ไช่ม่งเคอ)

_

2. อายุ

16 ปี

_

3. วัน เดือน ปี เกิด

12 สิงหาคม 2539

_

4. เพศ / รสนิยมทางเพศ

เพศ: ชาย รสนิยมทางเพศ: หญิง

_

5. ความสูง/น้ำหนัก

182.5 ซม./69 กก.

_

6. รูปพรรณสัณฐาน

_

**ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป แผลเป็นที่หน้าจะหายไปหมดแล้วนะครับ

อันนี้เป็นภาพวาดโดย ผปค. เองครับ

_

รูปภาพโดย ผอ. ครับ @cocon 

_

ส่วนอันนี้วาดโดยคุณพี่ @pupumeteor 

_

- เปลือกตาบนตก

- แก้มตอบเล็กน้อย

- คิ้วขมวดเป็นปกติ

- หางคิ้วชี้ขึ้น

- มีรอยแผลเป็น 5 เส้นบนใบหน้าดังรูป (ตอนเดินทางไกลระหว่างค่ายลูกเสือ อยู่ ๆ เพื่อนของม่งก็แกล้งกัน แล้วม่งก็โดนลูกหลงจนหน้าไปไถลกับหนามเข้า)

**หลังจากปิดเทอมหน้าร้อนไปสักพัก รอยแผลเป็นจะจางลงไปเรื่อย ๆ และจะหายสนิทช่วงต้นเดือนมิถุนายน

- รูปร่างสมส่วน

- หน้าตาโดยรวม คล้ายกับ คันซากิ ฮาจิเมะ จาก Beelzebub ที่ปรับความหน้ากลัวลดลงมาเล็กน้อย และมีสีผมดำสนิท (ผมยาวกว่าเล็กน้อยด้วยนะครับ)

_

credit: http://www.online-station.net/entertainment/cartoon/113

_

- สวมเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนลูกบาศก์ เสื้อใส่ในกางเกงเรียบร้อยเป็นปกติ

_

7. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของตัวละคร

_

หน้าตาย (น้อยลง)/เพ้อฝัน/กลัวสายตาคนรอบข้าง <strong>(น้อยลง)/กลัวที่จะพูด (น้อยลง)/ใจอ่อน อ่อนโยน/บ้ายอ</strong>

_

หน้าตาย (น้อยลง)

- เริ่มแสดงอารมณ์จากหน้ามาได้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ยิ้ม หัวเราะ แต่ยังดูฝืนๆ อยู่บ้าง

- อาม่งจะสามารถแสดงสีหน้าและท่าทางตามอารมณ์ได้ชัดเจน และเป็นธรรมชาติ คือ

  • ร้องเพลงตามอารมณ์ของเพลงที่กำลังร้อง
  • เล่นกับสัตว์อย่างสนุกสนาน (มีอธิบายอีกในเนื้อหาส่วนถัด ๆ ไป)
  • เวลาที่กำลังปลอบคนอื่นอยู่ โดยเฉพาะคนที่มองอาม่งว่าน่ากลัว ในกรณีนี้ อาม่งจะยิ้มออกมากว้างๆ คล้ายกับอาม่งสมัยเด็กๆ ได้ *รอยยิ้มอาม่งไม่น่ากลัว*
  • รับรู้อะไรบางอย่างที่ทำให้นึกถึงตัวเองสมัยเด็กที่เคยร่าเริง ซึ่งสามารถทำให้เขาเหม่อได้ (รายละเอียดอยู่ในข้อต่อไป) เช่น เจอเด็กอนุบาลที่ซน แล้วก็ชอบสัตว์เหมือนอาม่งสมัยเด็ก

หรือเจอเด็กผู้ชายร่าเริงที่กำลังช่วยเด็กผู้หญิงที่อ่อนแอ เหมือนอาม่งที่เคยช่วยไหมฟ้าสมัยอนุบาล เป็นต้น ซึ่งนั่นจะทำให้เขายิ้มได้

  • เมื่อรับนิสัยของคนที่ถูกชะตาไม่ไหว (กรณีนี้จะตวาดอย่างรุนแรง แต่โอกาสเป็นไปได้ยากมาก เพราะอาม่งเริ่มคิดบวกมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว)

_

เพ้อฝัน

- บ่อยครั้งที่ม่งจะชอบเหม่อลอยไปเรื่อย เช่น จินตนาการว่าเรามีความสามารถอย่างนู้นอย่างนี้ โลกนี้มีอะไรแปลกๆ ฯลฯ

- มักจะเพ้อถึงเรื่องที่เค้าเพิ่งประสบมาไม่นาน เช่น เพิ่งดูเดอะสตาร์มา แล้วคิดว่าตัวเองกำลังซ้อมร้องเพลง แล้วก็ได้ไปยืนร้องเพลงบนเวที เป็นต้น

- เหม่อลอยได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในห้องเรียน หรือกลางถนน (แต่โชคดีที่เคยถูกรถชนครั้งเดียว แต่ไม่เป็นไรมาก เพราะรถกำลังเบรกอยู่พอดี)

- พอเหม่อลอยแล้วมักจะไม่รู้สึกตัว ต้องตะโกนเรียก หรือสะกิดแรง ๆ หน่อย ถึงจะเรียกสติกลับมาได้

กลัวสายตาคนรอบข้าง (น้อยลง)

- ถึงแม้จะชอบเพ้อฝันถึงสิ่งที่สวยงาม แต่เขากลับคิดว่า สิ่งที่อยู่รอบตัวอาจจะรังเกียจเขาได้ หากเขาทำอะไรผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว

เช่น เวลาซื้อขนมมา ก็มักจะยื่นให้เพื่อนกินตลอด เพราะกลัวว่าจะโดนเพื่อนมองว่าเป็นคนงก แล้วจะพยายามไม่สนใจม่ง เป็นต้น

- ซึ่งอาม่งกำลังพยายามคิดบวกกับคนที่ยังไม่รู้จักดีอยู่ แต่ก็คงไม่ถึงกับเข้าไปสนิทสนมด้วย

- แต่ถ้าเกิดเป็นคนที่สนิท หรือคนที่รู้จักกันได้สักพัก จะไม่ค่อยกลัวแล้ว และอาจจะมีหยอกล้อบ้าง แต่ก็รีบขอโทษอย่างรวดเร็ว

- อาม่งเริ่มมองคนออกแล้วว่าควรจะช่วยใคร และกล้าที่จะพูดมากขึ้นหากอีกฝ่ายขัดขืน ถ้าเกิดว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจริงๆ เช่น เห็นคนที่ไม่สบายแต่ก็ไม่ยอมเข้าห้องพยาบาล ก็จะพยายามพูดโน้มน้าวจิตใจอีกฝ่าย เป็นต้น

_

_

กลัวที่จะพูด (น้อยลง)

- ม่งมักจะคิดคำพูดไว้ก่อนในใจ แต่พอจะพูด ก็มักจะมีความคิดแง่ลบมาต้านเขาไว้ (เป็นผลจากการมองโลกในแง่ลบ)

เช่น เวลาทำงานกลุ่ม แล้วอยากจะไปถามเพื่อนในกลุ่ม ตอนแรกก็คิดวิธีถามเสร็จสรรพ แต่พอเอาเข้าจริง อยู่ ๆ มีความคิดขึ้นมาว่า เค้าจะว่าอะไรมั้ย  ซึ่งสุดท้ายแล้ว เขาอาจจะ

  • ถามไปเลย
  • เก็บไว้ถามเวลาอื่น
  • ถาม แต่ใช้ความคิดนานหน่อย (2-3 นาที)

(มีแนวโน้มที่จะตอบมากกว่าเดิมมาก แต่ก็ยังคงตื่นเต้นเหมือนเดิม แต่ตื่นเต้นน้อยกว่าเดิมบ้าง)

_

- หากสนิทกันมากขึ้น ความคิดด้านลบอาจจะค่อย ๆ น้อยลง กล้าที่จะพูดมากขึ้น

- ในตอนนี้ ม่งมีแนวโน้มพยายามจะปรับตัวให้กล้าพูดมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้อาม่งสามารถทักคนอื่นก่อนได้บ่อยขึ้นมากแล้ว แต่อาจจะรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง

_

อ่อนโยน

- ตอนนี้ตัดสินใจเข้าไปช่วยคนอื่นทันทีที่มีคนขอให้ช่วย โดยไม่คิดถึงผลที่ตามมาหากไม่เข้าไปช่วยแล้ว 

*ยกเว้นกรณีที่ไม่น่าไว้วางใจจริงๆ จะปฏิเสธตรง ๆ อย่างสุภาพ เช่น ถ้ามีขอทานมาขอเงินหน้าบ้าน จะพูดว่า "ขอโทษครับ" แล้วก็โบกมือปฏิเสธ เป็นต้น

- นอกจากนี้ ยังสามารถปลอบคนอื่นด้วยรอยยิ้มได้บ้างแล้ว เวลาที่เห็นคนอื่นร้องไห้

_

บ้ายอ

- เมื่อม่งทำอะไรสักอย่างแล้วมีคนชม ม่งก็จะยิ่งรู้สึกดี แต่ยังไม่แสดงสีหน้าออก (ยกเว้นกรณีในข้อ 8 ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เขาชอบมาก จะแสดงสีหน้าชัดเจน)

- ทำอะไรสักอย่างที่ว่า คือทุกอย่าง รวมถึงสิ่งที่ม่งไม่ถนัดด้วย แค่ม่งต้องนึกออกก่อนว่าเค้าได้ทำไปแล้วจริง ๆ

- ระหว่างนี้ ถ้าเกิดขอม่งให้ช่วย ก็จะทำเต็มที่สุดๆ (กรณีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ม่งไม่ชอบ อาจจะลังเลใจเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจฝืนตัวเองไปทำ และทำไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่)

เช่น มีเพื่อนได้ยินม่งซ้อมเป่าขลุ่ยเตรียมสอบ แล้วมีเพื่อนชมว่าเก่ง แล้วจะขอยืมการบ้านไปลอก ม่งก็จะรีบปั่นการบ้านแล้วเอาไปให้เพื่อนลอกโดยทันที

_

8. การใช้คำพูด

- พูดอ้ำอึ้งน้อยลงแล้ว ตอนนี้จะเหลือประมาณว่า "ไอ้ A... เอ่อ... นายมีเครื่องปรินท์ปะ... คือ... กะจะให้ช่วยปรินท์งานน่ะ"

แต่อาจจะมีอ้ำอึ้งบ้างหากเจอคำถามที่ยาก หรือลำบากใจที่จะตอบ เช่น "ระหว่างคนที่รักเขา กับคนที่รักเรา จะเลือกใคร" "ชอบผู้หญิงแบบไหน" เป็นต้น

(ถ้าเจอคำถามแบบนี้ อาม่งก็จะได้แต่อ้ำอึ้งประมาณว่า "อ่า... เอ่อ... คือ... เอ่อ... ผม... เอ่อ...")

- ถึงจะพูดอ้ำอึ้ง แต่ม่งก็จะพยายามพูดให้ฟังแล้วได้ใจความ แล้วก็ไม่เรียงประโยคมั่วเด็ดขาด

- กรณีที่อาม่งจะพูดได้ไหลลื่นโดยไม่อ้ำอึ้ง

  • เล่นกับสัตว์
  • ร้องเพลง
  • ช่วยเหลือคนอื่นในสถานการณ์คับขัน เช่น มีคนถูกรถชน ฯลฯ

- กรณีที่มีโอกาสที่อาม่งจะพูดได้ไหลลื่นโดยไม่อ้ำอึ้ง แต่ไม่ถึงกับไหลลื่นทุกประโยค

  • ช่วยเหลือคนอื่นในสถานการณ์ที่ยังไม่รุนแรงมาก เช่น เป็นแผลจนขาถลอก เป็นต้น
  • กำลังปลอบใครบางคนอยู่

_

- คำที่ใช้เรียกแทนคนอื่น

   เรียกแทนตัวเอง เรียกแทนอีกฝ่าย เรียกแทนอีกฝ่าย (กรณีไม่เรียกชื่อ)
เพื่อน/คนอายุไล่เลี่ยกัน เรา ชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ (*) เธอ(ญ)/นาย(ช)
เพื่อนสนิทชาย เรา/กู/ม่ง "ไอ้" ตามด้วยชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ (*) นาย/แก/มึง/มัน
เพื่อนสนิทหญิง ม่ง เรียกด้วยชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ตลอด (*)
รุ่นพี่/ครู ผม "พี่"/"ครู" ตามด้วยชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ (*) พี่/ครู
รุ่นน้อง พี่ "น้อง" ตามด้วยชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ (*) น้อง
เครือญาติ ม่ง ตำแหน่งของอีกฝ่าย เช่น "ป๊า" "ม้า" (จะระบุในภายหลังเพิ่มเติม หากมีการเพิ่ม OC) ไม่เรียกชื่ออีกฝ่าย

_

*ชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ หมายถึง ฉายา ชื่อเล่น ชื่อจริง แล้วแต่ที่คนรอบข้างเรียก

*ถ้าเกิดเพิ่งรู้จักกัน หรือยังไม่รู้ชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ว่าเป็นชื่ออะไร ก็จะเรียกด้วยชื่อเล่น หรือชื่อที่รู้ก่อน

*กรณีอีกฝ่ายไม่อยากให้เรียก ชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ ก็จะใช้ชื่ออื่นที่เขาอยากให้เรียกแทน (แต่ยังเรียกชื่อที่คนเรียกส่วนใหญ่ เวลาคุยกับคนอื่น)

_

9. สิ่งที่ชอบ

_

โยเกิร์ตรสสตรอเบอรี่ หรืออะไรก็ตามที่มีส่วนผสมหลักเป็นโยเกิร์ตกับสตรอเบอรี่ (ต้องไม่แยกกัน)

- ติดมาตั้งแต่เด็กๆ แทบจะซื้อมากินอยู่ตลอด

- แยกกันก็กินได้ แต่แค่อร่อยไม่เท่าเฉยๆ

_

สัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะสัตว์ที่มีขนปุย (เช่น แมว หมา หมี ฯลฯ)

- เจอเมื่อไหร่เป็นต้องเข้าไปมอง และมักจะเล่นด้วย (พวกสัตว์อันตรายอย่างเสือ สิงโต ก็เล่นด้วย แต่จะเซฟตัวเองไว้ในระดับหนึ่ง เช่น ไม่แหย่นิ้วเข้ากรงเสือ เป็นต้น)

- อาม่งจะยิ้มอย่างสดใสและพูดคุยกับมันอย่างนุ่มนวลเสมอ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่อยากเล่นด้วยและพยายามต่อต้าน

- สัตว์ในที่นี้ จะรวมถึงคนที่ใส่ออพชั่นเสริมจากสัตว์ต่างๆ ด้วย เช่น หูแมว หูหมา เป็นต้น

_

เพลงทุกแนว

- ในความคิดของม่ง เพลงคือเพื่อนที่สนิทที่สุด และเป็นการระบายอารมณ์ที่ดีที่สุดของเขา

- เพลงที่ชอบเป็นพิเศษ จะเป็นเพลงทุกแนวที่มาจากประเทศแถว ๆ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน (แต่เอาจริงๆ เปิดเพลงไหนก็ชอบหมด)

- ถ้าหากอยู่คนเดียวและไม่ได้ทำอะไร ก็จะหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบทันที

- อาจจะร้องเพลงเบา ๆ บ้างเวลาฟังเพลง

- เวลาที่เขาร้องเพลง เป็นเวลาที่เขาสามารถแสดงสีหน้าท่าทางได้ชัดเจนที่สุด ราวกับเห็นหน้าของศิลปินคนนั้นมาร้องอยู่ตรงนี้

_

คุยกับคนที่เพิ่งเคยรู้จักกัน แล้วอีกฝ่ายแสดงสีหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกดีด้วย

- ม่งจะตื่นเต้นมาก และจะโล่งอกสุด ๆ จนแสดงออกมากทางใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด (ยิ้มกว้างเล็กน้อย ถอนหายใจแรง ๆ)

_

เวลาที่มีใครชมว่าม่งร้องเพลงเพราะ (ถ้าเกิดมีใครเผลอได้ยินเข้า)

- ตอนนี้ม่งรู้แล้วว่าตัวเองเสียงดี จึงตื่นเต้นน้อยลงกว่าเดิมพอสมควร ยกเว้นว่าจะมีนักร้องมืออาชีพมาชม

_

10. สิ่งที่เกลียด,กลัว

_

สิ่งที่เกลียด:

ที่ที่อากาศร้อนอบอ้าวและค่อนข้างแออัด

- จะมีอาการเวียนหัวเล็กน้อย แต่ก็พยายามคิดที่จะรีบหาทางออกจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด

_

สิ่งที่กลัว

กลัวสายตาคนรอบข้าง (ตามข้อที่ 7)

- ม่งจะคิดมากตลอด ถึงการกระทำต่อคนอื่น ว่าถ้าทำแบบนี้แล้ว อีกฝ่ายจะมีปัญหามั้ย

- ถ้าเกิดม่งเห็นอีกฝ่ายอารมณ์เสีย (ที่ถึงแม้ภายในใจเขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็น) จะรู้สึกเฟล แต่ก็จะพยายามทำใจ และหาวิธีต่าง ๆ ให้ทั้งม่งและอีกฝ่ายรู้สึกดี

- ปัจจุบัน คิดมากในเรื่องนี้น้อยลงไปพอสมควรแล้ว

_

เหล้า และของมึนเมาอื่นๆ

- คิดตลอดว่าถ้าเกิดตัวเองเมาแล้ว อาจจะอาละวาดคนอื่นเอาก็ได้ ก็เลยไม่กล้ากิน

_

11. งานอดิเรก

- เพ้อไปเรื่อย (จากข้อ 7)

- อ่านหนังสือ : ประเภทหนังสือพิมพ์ (เน้นที่ข่าวบันเทิง/การเมือง) หรือการ์ตูนที่กำลังดังๆ อยู่ในช่วงนี้

- ท่อง social network ผ่านมือถือ หรือคอมฯ (มี Account แทบทุก Social Network แต่ที่บ่อยที่สุดได้แก่ facebook, twitter, skype)

- โหลดอนิเมะ/หนังมาดู (มักเป็นเรื่องที่เพื่อนๆ ชอบดูกัน หรือเป็นเรื่องที่อ่านในมังงะอยู่)

- ฟังเพลง ดูคลิปร้องเพลง ร้อง cover MV หรืออะไรก็ตามที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่กล่าวมา

- ร้องเพลง (ต้องดูก่อนว่ามีใครอยู่แถวนี้มั้ย ถ้าไม่มี จะร้องเต็มที่ ถ้ามี ก็ร้องเพลงเบาๆ)

12. สายการเรียน

วิทย์-คณิต


13. วิชาที่ชอบ / ไม่ชอบ

วิชาที่ชอบ:

วิชาที่ถนัด (ในข้อถัดไป)

- พอทำได้แล้วจะรู้สึกว่าตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น

- ถึงแม้จะมีผิดพลาดบ้าง แต่คะแนนมักจะออกมาดี จึงไม่รู้สึกท้อกับวิชาที่เรียนมากเท่าไหร่

วิชาที่ไม่ชอบ:

ไม่มีเป็นพิเศษ

- เคยไม่ชอบวิชาภาษาต่างๆ เพราะไม่อยากที่จะพูด และไม่ชอบเวลาที่ต้องมีการนำเสนอหน้าชั้น แต่ในตอนนี้เริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่ยังคงพูดติด ๆ ขัด ๆ อยู่


14. วิชาที่ถนัด / ไม่ถนัด

วิชาที่ถนัด:

วิชาที่ต้องใช้การคำนวณหรือการวิเคราะห์เป็นหลัก

- ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิชาภาษาต่าง ๆ (ในส่วนของหลักภาษา) ฟิสิกส์ เคมี เป็นต้น

- วิชาเหล่านี้ เป็นวิชาที่ทำได้ดีตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่แล้ว และทำได้ดีมาตลอด

ดนตรี

- มีพรสวรรค์ในด้านนี้ โดยเฉพาะร้องเพลง

- ตอนนี้เจ้าตัวเริ่มมั่นใจบ้างแล้วว่าตัวเองเสียงดี จากคำชมของเพื่อนๆ ส่วนหนึ่ง

วิชาที่ไม่ถนัด:

ทุกวิชาในส่วนของการนำเสนอหน้าชั้น

- ถึงแม้จะปรับตัวได้แล้ว แต่ยังคงมีปัญหาในการพูดอยู่ (ถึงแม้ว่าพูดอ้ำอึ้งน้อยลงแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ แต่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ)

15. คะแนนวิชาต่างๆในเทอม 2

ภาษาไทยพื้นฐาน (รอการตัดเกรดจากครูปราชญ์)

ภาษาอังกฤษพื้นฐาน (รอการตัดเกรดจากครูกวี)

ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน (รอการตัดเกรดจากครูกวี)

สังคมศึกษาพื้นฐาน (รอการตัดเกรดจากครูกวี)

พระพุทธศาสนา (รอการตัดเกรดจากครูโอ)

สุขศึกษา (รอการตัดเกรดจากครูหมอโชค)

พลศึกษา (รอการตัดเกรดจากครูคมเดช)

แนะแนว (รอการตัดเกรดจากครูชา)

คณิตศาสตร์พื้นฐาน (รอการตัดเกรดจากครูซัน)

คณิตศาสตร์เพิ่มเติม1 (รอการตัดเกรดจากครูซัน)

ฟิสิกส์พื้นฐาน (รอการตัดเกรดจากครูสายฟ้า)

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (รอการตัดเกรดจากครูเอิร์ธ)

เคมี (รอการตัดเกรดจากครูอุนอุน)

ชีววิทยา (รอการตัดเกรดจากครูพัด)

คหกรรม (รอการตัดเกรดจากครูกฤต)

ปรัชญา (รอการตัดเกรดจากครูชา)

16. ความสามารถพิเศษในการเรียน

เสียงดี ร้องเพลงได้ทุกแนว

ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าตัวเองเสียงดี และค่อยๆ ฝึกร้องเพลงให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย

- ถึงแม้จะร้องได้หลายแนว แต่ปัจจุบันอาม่งจะเน้นแนวเสียงคล้ายของ K-Will เป็นหลัก (ตามคลิปล่าง เป็นเสียงคนร้องนำในเพลง)

- ส่วนเรื่องแรพ อาจจะพอแรพได้เท่า K-Will ในคลิปเดียวกัน แต่แรพได้รัวไม่นานเท่ากับ Outsider (แรพเปอร์ในคลิปเดียวกัน)

เครื่องดนตรีที่เล่นเป็น และเล่นได้ดี: เปียโน ขลุ่ย recorder ขลุ่ยเพียงออ ขิม กีตาร์

- เคยเรียนในโรงเรียน แต่ไม่ได้เข้าชมรม

- และสำหรับเครื่องดนตรีอื่น ๆ จะเล่นได้ดี ถ้าหากมีคนสอนให้เล่น

17.ลักษณะคนที่จะเป็นเพื่อนได้

คนที่เข้ามาคุยกับม่งด้วยความรู้สึกดี และไม่อคติกับม่ง

18. ลักษณะคนที่ไม่ถูกชะตา

คนที่ยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่

- ถึงแม้จะยอมอีกฝ่ายไปเพราะกลัวว่าจะโดนด่ากลับ (หรืออาจจะหนักกว่านั้น) แต่หลังจากนั้น จะพยายามหลีกห่าง ไม่คุยด้วย

- ถ้าเกิดเป็นเพื่อนสนิทแล้วเพิ่งมารู้จักตัวตนที่แท้จริงทีหลัง ก็อาจจะยอมคุยด้วยบ้าง และคอยหาวิธีปรับเปลี่ยนนิสัยของอีกฝ่ายไปด้วย

- ถ้าเกิดยอมไปนานๆ เข้า จนทนไม่ไหว อาจจะตะคอกใส่ และแสดงสีหน้าโมโหชัดเจน (แต่สุดท้ายก็ยอมอีกฝ่ายอยู่ดี) *กรณีนี้จะเกิดยากขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะอาม่งคิดบวกมากขึ้นเรื่อยๆ*

19. เสป็กในดวงใจ

ยังไม่มี

20. สัญชาติ, เชื้อชาติ, ภาษาที่พูดได้ และศาสนา

สัญชาติ: ไทย เชื้อชาติ: จีน (ยูนนาน)

ภาษาที่พูดได้

ไทย/จีนกลาง/จีนยูนนาน

 - ฟัง อ่าน เขียน ได้ในระดับเจ้าของภาษา แต่พูดติดๆ ขัดๆ อยู่

- ภาษาไทยกับจีนยูนนาน เป็นภาษาที่พูดกันในบ้าน ส่วนภาษาจีนกลาง พ่อเป็นคนสอน

- สำเนียงเหมือนกับเจ้าของภาษา

อังกฤษ

- ฟัง อ่าน เขียนได้ดีพอสมควร แต่พูดไม่ค่อยได้

- สำเนียงคนไทย แต่มีการออกเสียงถูกตามหลักไวยากรณ์ (เป็นผลมาจากการอยากร้องเพลงให้ชัดขึ้น) เช่น จะออกเสียงตัว v ก็ไม่ได้ออกเสียงแบบตัว "ว" เหมือนคนไทย มีการเอาริมฝีปากล่างเข้าใกล้ฟันบนก่อนออกเสียงด้วย

ที่มาของข้อมูล: http://www.navy.mi.th/dockyard/knowledge/knowledge08.htm

ญี่ปุ่น/เกาหลี

- อ่านคาตาคานะ ฮิรางานะ และฮันกึลออกทุกคำ แต่แปลได้บ้างไม่ได้บ้าง (แต่สำหรับภาษาเกาหลีอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง เนื่องจากมีกฎการอ่านออกเสียงที่ซับซ้อนในระดับหนึ่ง)

ข้อมูล: http://zippher.exteen.com/20051103/entry

- เพราะอยากร้องเพลงภาษาเกาหลีและเพลงญี่ปุ่น และ 2 ภาษานี้ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาจีน เลยคิดว่ามันน่าจะเหมือนๆ กัน ก็เลยลองศึกษาดู (แล้วม่งก็พบว่า วิธีการอ่านเหมือนกับเอาภาษาอังกฤษกับไทยมาผสมเข้าไปด้วย ทำให้ม่งรู้สึกติดใจมากยิ่งขึ้น)

- กรณีอักษรคันจิ อ่านออกพอสมควร แปลได้บ้างไม่บ้าง เป็นผลจากการฝึกอ่านเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่น และเนื่องจากอักษรคันจิอ่านได้ หลายแบบ จึงอาจจะอ่านผิดไปบ้าง

- กรณีอักษรฮันจา พอจะรู้จักบ้าง จากชื่อดารานักร้อง และชื่อวง เช่น คิม (金) เป็นต้น - เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ สำเนียงของม่งจะยังมีความเป็นคนไทยอยู่ แต่ออกเสียงถูกหลักไวยากรณ์ 

ตัวอย่าง:

ภาษาเกาหลี (จำตัวเองได้ไหม ของ เจมส์ เรืองศักดิ์ เริ่มร้องเกาหลีตั้งแต่ประมาณนาทีที่ 1.35 นะครับ)

ส่วนภาษาญี่ปุ่น ใช้สำเนียงผมเป็นต้นแบบละกันครับ เนื่องจากคลิปเก่าถูกลบไปแล้ว (เสียงผู้ชาย)

ศาสนา

- ศาสนาพุทธ

- มีการประกอบขนบธรรมเนียมจีน เช่น ไหว้บรรพบุรุษ เป็นต้น

21. ครอบครัว

- เป็นลูกคนเดียว อยู่กับพ่อแม่ 3 คน

- พ่อเป็นไกด์ทัวร์พานักท่องเที่ยวจีนไปเที่ยว แม่เป็น บก. นิตยสารดาราเอเชียตะวันออก

- ทั้งพ่อทั้งแม่ พูดจีนยูนนานและจีนกลางชัด แต่พูดไทยไม่ค่อยชัด แต่ฟังรู้เรื่อง

- มีญาติเยอะ บางทีคนที่เพิ่งรู้จักกันอาจจะเป็นญาติกันก็ได้

22. อื่นๆ

พัฒนาการด้านการพูด

- สมัยยังเด็กมาก ถูกสอนให้พูด 2 ภาษา (ได้แก่ ไทย กับ จีนยูนนาน) ตั้งแต่เด็กๆ โดยการเปิดวิดิโอการ์ตูน วิดิโอสอนเด็กพูด เพราะสมัยนั้นยังไม่มีเวลามากพอ

- และโชคร้ายที่กว่าม่งจะพูดได้ อายุก็เกือบจะ 3 ขวบแล้ว

- พอโตมาหน่อย ม่งก็ถูกเพื่อนล้อ โดนครูทำโทษ โดนที่บ้านด่า จนไม่กล้าที่จะทำอะไร จากที่ไม่ค่อยพูดก็กลายเป็นไม่กล้าพูดเลย (แต่สาเหตุหลักที่สำคัญที่สุดก็คือ แม่เป็นคนเอาแต่ใจ และใช้อารมณ์เป็นใหญ่)

- อย่างไรก็ตาม ในเวลาที่ม่งอยู่คนเดียว ก็มักจะฝึกร้องเพลง และลองศึกษาการออกเสียงภาษาญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ ผ่านอินเทอร์เน็ต หนังสือ และเพลงต่างๆ จนเข้าใจ

- โชคดีที่ครูประจำชั้น ม. 3 ของม่งเข้าใจปัญหา และคอยช่วยเหลือให้ม่งมีความกล้ามากขึ้น จนอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงกลัวที่จะพูดอยู่ (รวมถึงการปรับความเข้าใจกับแม่ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้อาจจะใช้อารมณ์อยู่บ้าง แต่เริ่มตามใจม่งมากขึ้นแล้ว) 

- รวมถึงโรงเรียนลูกบาศก์เอง ก็เป็นโรงเรียนที่ครูประจำชั้นคนนี้แนะนำ

เนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

สอบสัมภาษณ์