FANDOM


Frame-024

DB1 แนะนำตัวละคร
หากอ่าน ฐานข้อมูลนี้ไม่ไหวให้อ่าน สรุปด้านล่าง

1. ชื่อตัวละคร: เอกธิดา แจ่มกรุณา


โดยปกติเมื่อสนิทสนมกันแล้วโดยทั่วไป จะเรียกว่าเอกสำหรับคนที่อายุเท่ากัน น้องเอกสำหรับคนที่อายุมากกว่า
และพี่เอกสำหรับคนที่อายุน้อยกว่า นิสิตนักศึกษาจะเรียกว่าอาจารย์เอก นักเรียนที่โรงเรียนลูกบาศก์จะเรียกว่าครูเอก

2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552): 29 ปี / เพศ: หญิง

3. วันเกิด: 10 พฤษภาคม 2522 (May 10, 1979)

4. ความสูง: 176 cm. น้ำหนัก : 51kg.

5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)

5.1 รูปร่างหน้าตา

เอกธิดาเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดี

ภาพแรกที่พบเธอ คือ สวยสง่า

รูปภาพตัวอย่าง โดย ท่านผู้อำนวยการโรงเรียน โคค่อน [ศึกษาแนวทางการวาดครูเอกได้จากรูปนี้เลยค่ะ]

ทรงผม
ทรงผมเป็นลักษณะทรงผมบ๊อบ (Bob Hairstyles) โดยออกแนว Layered Bob บวก Flippy bob ผสม HairCut bob เป็นผมทรงบ๊อบแบบเอกธิดา

เส้นผมสีดำเข้มประกายมาฮอกกานีเป็นโทนสีทีทำให้ นึกถึงพวกเครื่องเทศที่อุดมสมบูรณ์ ช่วยขับให้ผิวดูมีสุขภาพดีมีเลือดฝาดขึ้น

* ผมบ๊อบ ,บ๊อบ, ทรงบ๊อบ bob[N] ความหมาย คือ ทรงผมผู้หญิง ที่ตัดปลายด้านหลังให้เสมอกัน ยาวราวระดับต้นคอ ผมบ๊อบเป็นทรงที่อยู่ในความนิยมนานเนื่องจากดูแลรักษาง่าย

ผิว
ผิวขาวสุขภาพดี

ใบหน้า
ใบหน้าได้รูป สวยงามสมส่วน ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเล็กน้อย (หากไม่ถามจะเดาอายุได้ยาก) แต่งหน้าเล็กน้อยบางๆ แบบธรรมชาติ

ดวงตา
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจัดจนดูเป็นสีดำ แววตาคมสง่า

คอ
คอยาวระหงดูสง่างาม

รูปร่าง
ครูเอกธิดาเป็นสาว ทรงนาฬิกาทราย (HOURGLASS SHAPE )
ลักษณะของสาวรูปร่างนาฬิกาทรายจะมีหน้าอกที่ดูเต็มสวยไม่ใหญ่จนเกินไป มีแผ่นหลังที่สวยงาม มีส่วนของเอวที่คอดสวยได้รูป ส่วนของสะโพกที่กว้างพอประมาณ กับความกว้าง ของช่วงไหล่ และมีช่วงขาที่เต็มตึงสวยงาม ทั้งโครงสร้างลำตัวมีส่วนเว้าโค้งทั้งอก เอว สะโพกไม่เว้นแต่กระทั่งเรียวขาก็ลงได้ตามจังหวะจะโคน แสนพอดิบพอดี เป็นรูปร่างที่ดีสมส่วน ไม่อ้วนหรือไม่ผอมเกินไป (เนื่องจากการเล่นกีฬาออกกำลังกาย)

แถบสีหลัก 3 สี S-E-H
http://i423.photobucket.com/albums/pp316/gothailand/color-main.png

5.2การแต่งกาย

- เครื่องแต่งกาย ชุดปฏิบัติงานสอน เป็นแนวสวยสง่าและมาดเท่
สวมเชิ้ตเดรส หรือสวมเบลาซเสื้อเชิ้ตสตรีกับกระโปรงสอบ กระโปรงทรงตรงเข้ารูป บางครั้งอาจจะสวมทรงเอบ้างแต่น้อยมากขึ้นอยู่กับเสื้อที่สวมว่าเป็นแบบใด สวมรองเท้าส้นสูงสีเรียบในเวลาทำงาน โทนสีสำหรับเครื่องแต่กายในโรงเรียนคือ ครีม, ขาว, เทา และ ดำ

- เครื่องแต่งกาย ชุดลำลอง เป็นแนวสวยสง่าเรียบง่าย
สวมเสื้อเชิ้ตสตรีกับกางเกงทรงตรงแบบผู้ชาย หรือสวมกางเกงยีนส์แบบผู้หญิง สวมรองเท้าหุ้มส้นแบบส้นตัน สีเรียบหรือร้องเท้าผ้าใบ

เนื่องจากเอกธิดาเป็นหญิงสาว ทรงนาฬิกาทราย สาวๆทรงนี้จะหาเสื้อผ้าในการสวมใส่ที่ค่อนข้างง่ายเพียงเลือกเสื้อผ้าให้ตรงกับขนาดของรูปร่างก็พอ

โทนสีเครื่องแต่งกายประจำตัว คุณครูเอกธิดา
http://i423.photobucket.com/albums/pp316/gothailand/color-sub5-2.png

http://i423.photobucket.com/albums/pp316/gothailand/color-sub5-1a.png

[ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก DB 8 สีและเสื้อผ้า]

6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)

6.1 สวยสง่า

-บางคนไปตีความว่าสวยสง่าคือต้องดู สวย เริด เชิด หยิ่ง และต้องดูเป็นลูกคุณหนูผู้มีมั่งคั่งซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่ ทุกอย่างเริ่มมาจากบุคลิกภาพ การนั่ง การเดิน การยืน การกิน การพูดจา เดินหลังตรงไม่เดินก้มหน้าก้มตาหาเศษเหรียญไม่มองขาโต๊ะขาเก้าอี้ในขณะพูด คุยกับบุคคลอื่น มีความ ความมั่นใจ พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล พังดูมีเหตุผลเสมอ ที่สำคัญที่สุดคือพูดด้วยวาจาที่สุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะ ยิ้มแย้มกับผู้คน ทานอาหารอย่างถูกต้องมีมารยาทสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ดีงามอยู่เสมอถึงจะ เรียกได้ว่าสวยสง่าอย่างเต็มภาคภูมิ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบอะไรเพียงแค่บุคลิกภายนอกของเธอนั้นเป็น เช่นนี้เอง

-ทำให้ทุกย่างก้าวที่เธอเดิน ทุกกริยาของเธอ จะสวยสง่างามอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ได้เป็นการบังคับตัวเองว่าต้องทำกริยาต่างๆนี้ ทั้งหมดเป็นเองโดยนิสัย

-ดังนั้นครูเอกจะไม่มีกริยามั่นใจจนเกินพอดี พูดจาหยาบคาย หรือพูดจีบปากจีบคอ กะแนะกะแหน กระทบเทียบเปรียบเปรยใครให้ซ้ำใจ แน่นอน ถ้าไม่ชอบหรือไม่พอใจก็ จะยึดหลักที่คุณแม่สอนว่า "น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก" รักษามิตรไมตรี


6.2 มีเสน่ห์

-เธอเป็นคนมีเสน่ห์ลักษณะที่ชวนให้คนหลงรัก แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็เผลอรักเธอได้ง่ายโดยไม่ทันระวังตัวเป็นคนมีรสนิยมใน การแต่งตัวดี

-การเป็นคนมีเสน่ห์ของเอกธิดาคือ เป็นผู้มีบุคลิกภาพดี มีรูปร่างดี หน้าตาสะอาด การแต่งกายถูกกาลเทศะ มีกิริยาท่าทางดี พูดจาไพเราะ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ยิ้มแย้ม สุภาพ อ่อนโยน ถ่อมตน และให้เกียรติผู้อื่น ทั้งหมดจัดได้ว่าเป็นเสน่ห์

-เสน่ห์ทั้งหมดที่กล่าวถึงไม่ได้เกิดดั่งเสก แต่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ การที่เธอเป็นแบบนี้ได้ ต้องขอบคุณท่านทั้งสองเป็นอย่างมาก และเธอได้กลายมาเป็นแบบอย่างที่ของนักเรียนนักศึกษาในปัจจุบันโดยไม่รู้ตัว


6.3 ยิ้มสวย

-ยิ้มสวย ในที่นี้คือเมื่อมีคนยิ้มให้ก็จะยิ้มตอบกลับไป มิใช่ยิ้มไปเรื่อยเปื่อย

ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออาจารย์เอกเดินมาพบนักศึกษายิ้มให้ เธอก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน ยามเธอแย้มยิ้ม เสมือนแสงส่องนวลตาเป็นประกายระยิบระยับ หรือจะเรียกกันว่ายิ้มชวนมองก็เป็นได้ แต่ถ้าหากรู้จักกันดีแล้วเวลาทักทายกันเธอจะยิ้มเล็กๆ ให้ก่อนเสมอเป็นการแสดงไมตรีจิต

-ข้อควรระวัง ถ้ามองจองใบหน้าเธอนานๆ คุณอาจหลงเข้าไปในบรรยากาศ วิ้งๆ ระยิบระยับ โดยไม่รู้ตัว


6.4 มีความคิดในเชิงบวกหรือด้านดี

-มองโลกในทางบวก ตลอดจนแก้ปัญหาด้วยมุมมอง หรือมองรอบด้าน และคิดเสมอว่าทุกคนมีเหตุผลเป็นของตนเอง

-การคิดบวกไมได้แปลว่า ต้องเชื่อ และคิดว่าทุกอย่างเป็นสิ่งดี แต่เป็นการมีสติมั่นจิตใจดี เวลามีปัญหาตั้งสติให้มั่น คิดในเชิงวิเคราะห์ ยิ้มได้ตลอด เหมือนเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว ซึ่งก็นิดเดียวจริง ๆ ถ้าคิดลบ เรื่องเล็กๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆที่จริงแล้วมันเล็กนิดเดียว กว่าจะรู้ตัวก็พลาดไปแล้ว

-การคิดแง่บวกทำให้เรามีพลังมากขึ้น ทำให้จิตใจดี และ มีความสุข คิดทางบวกช่วยให้สมองแจ่มใสด้วย เห็นอะไรก็สวยไปหมด

เอกธิดาจึง จิตใจดี และ มีความสุข เพราะคิดบวกอย่างมีสติอยู่เสมอ

-ทัศนคติของเธอกับความโกรธ "ถ้าเราโดนรังแกให้เจ็บใจเราจะไม่โต้ตอบแต่จะนิ่งเฉย" ตัวอย่างเช่นคนเราเมื่อโดนกลั่นแกล้งก็ จะหาทางโต้ตอบตอกกลับไปให้สาสมเพื่อ ระบายความแค้นที่มีอยู่ในใจ แต่สำหรับเอกธิดาแล้ว การเอาคืนนั้นมีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวดมากขึ้น ควรนำพลังงานนั้นไปแปรรูปเป็นประโยชน์ในทางที่ดีจะกว่า เพราะการเอาคืนได้เพียงแค่ ความสะใจเพียงชั่ววูบเดียวเท่านั้น สะใจเพียงไม่นานแต่กลับต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำที่เล็กน้อยนั้นไปตลอดชีวิต


6.5 เอาใจใส่

-เอกธิดาเป็นคนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดไม่ว่าสิ่งนั้นจะสำคัญหรือไม่ก็ตาม

ตัวอย่างเช่น

+ถ้าน้ำในกระติกน้ำร้อนพร่องไปใกล้จะหมดเธอจะนำน้ำมาเติมให้เอง โดยไม่คิดว่านี้คือหน้าที่ของใคร

+เมื่อนักเรียนนักศึกษามีสีหน้าที่แปลกไปจากเดิมเธอจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย

+หากนักเรียนกระดุมหลุดเสื้อขาดหรือว่าเชือกรองเท้าผูกไม่เรียบร้อยเธอก็จะ เข้าไปจัดการให้อาจจะเป็นการเตือนว่าเชือกรองเท้าหลุดนะหรือเข้าไปผูกให้เลย ก็มี เคยมีเหตุการณ์หนึ่งนักศึกษาหญิงปกเสื้อพับเข้าอย่างไม่เป็นระเบียบเธอก็ เข้าไปจัดปกเสื้อให้

-การทักทายเธอจะทักทายทุกคนด้วยใจยิ้มแย้มไม่ว่าจะเป็นนักเรียน คุณครู คุณแม่บ้าน คุณพนักงานตอนรับ คุณแม่ครัว และกล่าวขอบคุณทุกครั้งไปเพราะเธอคิดว่า ทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญบนโลกนี้ เธอทำทั้งหมดโดยไมรู้ตัวเพราะมันเป็นนิสัยไปแล้ว

-การสนใจจิตใจของคนอื่นก็เป็นเรื่องดีแต่ถ้ามากเกินไปก็กลายเป็นเหมือน จับผิดโดยไม่รู้ตัว แต่ครูเอกเป็นคนมีมารยาท จึงดูไม่เหมือนการจับผิดใคร


6.6 เจ้าระเบียบ

เอกธิดาจะติดนิสัย เจ้าระเบียบเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นจอมจู้จี้จุกจิก ชอบติชอบบ่น

ยกตัวอย่างเช่น

เมื่อเธอทานข้าวเสร็จเรียบร้อยก็จะเก็บจานมาซ้อนกันอย่างเป็น ระเบียบ จานใบใหญ่อยู่ด้านล่าง จานหรือชามที่มีขนาดเล็ก ก็นำมาซ้อนอยู่ด้านบน เรียงกันเป็นระเบียบ ถ้ามีเศษอาหารหรือเศษขยะจากการรับประทานอาหารก็จะเก็บกวาดเศษอาหาร หรือเศษขยะรวมไว้ที่ภาชนะบนสุดเสมอเป็นนิสัย และถ้าบริเวณโต๊ะที่ทานอาหารมีคราบเลอะอยู่ ก็จะนำกระดาษชำระที่พกติดตัว ออกมาเช็ดทำความสะอาด แล้วนำจานที่เรียงซ้อนกันเรียบร้อยนั้น ยกไปเก็บในจุดเก็บจานของโรงอาหาร เธอคิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพราะเป็นสิ่งเล็กๆที่จะทำให้เกิด ความผาสุกในสังคม

-เอกธิดานิยมปฏิบัติตน ให้เป็นตัวอย่างมากกว่า การใช้วาจาบอกกล่าว เพราะการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็นการสอนชัดเจนที่สุด

-อีกหนึ่งตัวอย่าง อาการเจ้าระเบียบของเธอที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องของแก้วน้ำเย็น แก้วน้ำเย็นนั้นเมื่อวางทิ้งเอาไว้จะมีน้ำเลอะออกมาที่ฐานแก้วดูแล้วไม่น่ามอง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเลอะโต๊ะ เธอจะนำกระดาษหรือผ้าออกมารองแก้ว เพื่อซับหยดน้ำ หากมีจานรองก็จะใช้จานรองแก้ว

-การจัดระเบียบ ก็เป็นอีกสิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับเธอ ถ้าเธอเห็นสิ่งของใดก็ตาม ที่วางไม่เป็นระเบียบก็จะเกิดอาการคันไม้คันมือจะ เข้าไปจัดการให้เป็นระเบียบ

ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าหากมีหนังสือ วางกองระเกะระกะ หรือเรียงเลขเล่มสลับผิดหมวดผิดลำดับ เธอก็จะจัดใหม่ในเรียบร้อยสวยงาม

-ลักษณะนิสัยเจ้าระเบียบนิดๆ ของเธอทั้งหมดทำไปโดยไม่รู้ตัว เป็นไปโดยสัญชาตญาณของเธอเอง


6.7 ยึดกฎเกณฑ์

-เธอยึดข้อกําหนดที่วางไว้เป็นหลักและไม่ชอบทำนอกหลักเกณฑ์

ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าต้องเดินทางไปต่างประเทศ กระเป๋าที่กำหนดให้นำไปได้คือ 2 ใบ และมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 10 กิโลกรัม เธอก็จะนำไป 2 ใบ และน้ำหนักรวมกันแล้วไม่เกิน 10 กิโลกรัม โดยตรวจชั่งเองก่อนเดินทาง เพื่อไม่ให้น้ำหนักเกิน จะเกินแม้แต่ 0.5 ก็ไม่ได้เธอถึงว่าเป็นเรื่องใหญ่

-เป็นนิสัยที่ทั้งดี และไม่มีในเวลาเดียวกัน เพราะการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นั้น เป็นเรื่องดี แต่ถ้ามากเกินไปจะกลายเป็นคน ที่ยึดติดกฎเกณฑ์จนน่ารำคาญ


6.8 ทำงานเป็นระบบ

-มีการวางแผนล่วงหน้าเสมอ มีการเตรียมแผนสำรองทุกครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด มีสมุดบันทึกการทำงาน ระบุการทำงานในแต่ละเดือน โดยเทียบกับปฏิทินการศึกษา ของมหาวิทยาลัยและคณะ ของโรงเรียน เพื่องานที่สมบูรณ์ที่สุด จัดเตรียมเอกสารประกอบการสอน ทำข้อสอบแบ่งออกเป็นหลายชุด อย่างเป็นระบบ การเงินของเธอเอง เธอก็ทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย


6.9 ข้อเสีย (สำคัญและควรมีเพื่อใช้ในการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือนำมาเขียนเป็นข้อขัดแย้งในเนื้อเรื่อง)

-เอกธิดาดูสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แต่เธอก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เธอก็มีข้อเสีย เหมือนคนอื่นๆทั่วไปเช่นกัน

-ยึดระเบียบกฎเกณฑ์มากเกินไป มั่นใจในความคิดของตนเองมากเกินไป ถ้าคิดว่าถูกแล้วเธอมีข้อมูลเหตุผลรองรับ ก็จะถือว่าความคิดของเธอนั้นถูกต้อง

-มองโลกในแง่ดีมากเกินเหตุอาจจะถูกหลอกได้

ยังยึดติดกับตำแหน่ง และยศศักดิ์อยู่ การสมัครเป็นอาจารย์ของเธอนั้น นอกจากความสุขที่ได้สอน อีกเป้าหมายหนึ่งของเธอ คือการทำตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อก้าวสู่ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์(ผศ.) รองศาสตราจารย์(รศ.) และสูงสุดคือ ศาสตราจารย์(ศ.)

-และนี้เองเป็นเหตุผล ที่คุณแม่ของครูเอก ส่งเธอมาที่โรงเรียนลูกบาศก์ เพื่อให้เธอได้ทบทวนถึงหัวใจของการเป็นครู และคิดว่าที่นี้ จะค่อยๆสอนลูกสาวคนนี้ ให้เป็นครูคนโดยสมบูรณ์

-เพราะท่านคิดว่าการเป็นครูนั้นไม่ยาก แต่การเป็นครูที่ดีนั้นยากกว่า โดยเอกธิดาเองไม่ได้ทราบถึงเหตุผลนี้เลยเพียงได้สงสัยแต่ก็ไม่ได้คัดคานแต่ อย่างใด

สิ่งที่ชอบ

สี:

โดยปกติชอบทุกสีตามช่วงอารมณ์

อาหาร

รสชาติ:

ทานอาหารปกติทั่วไป ได้ทุกชนิดไม่เกี่ยงเรื่องรสชาติอาหาร ทานได้ทุกรสชาติโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ร้านอาหารร้านไหนที่เอกธิดาต้องปรุงเพิ่ม ร้านนั้นต้องพิจารณาปรับปรุงรสชาติโดยด่วนก่อนจะไม่มีคนเข้าร้าน เธอจะเป็นที่ชื่นชอบ ของคุณแม่ครัวมากเพราะเธอทานโดยไม่ปรุงเพิ่ม

ของคาว:

ต้มจับฉ่าย


ของหวาน:

ไอศกรีมรสรัมเรซิน

ผลไม้:

สับปะรด หวานฉ่ำ

ดอกไม้:

ดอกชบาสีเหลือง

ดนตรี:

ลักษณะของประเภทดนตรีที่ชอบ เอกธิดาสามารถฟังเพลงได้หลากหลายแนวดนตรี เช่น ดนตรีคลาสสิกดนตรีไทยเดิม เพลงลูกทุ่ง เพลงสากล เพลงไทยสากล หรือเพลงภาษาต่างประเทศอื่นได้ทุกประเทศเพราะแม้ไม่เข้าใจในภาษาแต่ถ้าทำนอง ต้องหูกันก็พอฟังกันได้เพราะดนตรีเป็นภาษาสากล

บรรยากาศ,อากาศ:

ลมพัดเย็นสบาย,เย็นสบาย ไม่ร้อนมากหรือหนาวจัด

สถานที่ท่องเที่ยว:

ทะเล เพราะลมทะเลเป็นสิ่งที่เธอชอบ

ลักษณะนิสัย:

๑. เป็นคนสัมมาคารวะเคารพนบนอบ เช่น พูดกับผู้ใหญ่ก็มีหางเสียงมีน้ำเสียงสุภาพไม่หยาบคาย
๒. มีจินตนาการ
๓. คนมองโลกในแง่ดี

กิจกรรมอดิเรก:

เล่นขิมและพับกระดาษ

สัตว์:

ไม่ได้ชอบสัตว์ชนิดใดเป็นพิเศษ

กีฬา:

ว่ายน้ำ,โยคะ

ไม่กลัว:

ผี (ถ้าไฟดับเธอจะเป็นคนแรกที่ออกไปหาเทียนหรือไฟฉายในความมืดโดยไม่กลัวอะไรเป็นที่พึ่งของเพื่อนๆเสมอสมัยเรียนโรงเรียนประจำ)

สิ่งที่ไม่ชอบ

สี:

ไม่มี

อาหาร:

ปลานึ่งปลาต้ม อาหารป่า เช่น กบ เขียด หนู คางคง ปลาไหล และอื่นๆ

ดนตรี:

ไม่มี

บรรยากาศ,อากาศ:

เหนียวเนื้อตัวเหนอะหนะ,หนาวเย็น

สถานที่ท่องเที่ยว:

ป่าเขา

ลักษณะนิสัย:

๑.นินทาว่าร้าย และดูถูกคนอื่น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้ยินจะรู้สึกแย่
๒.ดูถูกดูแคลนคนไทยด้วยกันเอง
๓.คนที่ทำความผิด ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ควร ทำโดยอ้างว่าใครๆเขาก็ทำกัน

กิจกรรมอดิเรก:

ตกปลา (เพราะเอกธิดาคิดว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์เพื่อความบันเทิง)

สัตว์:

สัตว์อันตรายต่างๆ เช่นเสือ งู หมี เป็นต้น

กีฬา:

ไม่มี

กลัว:

ขึ้นคานและการแต่งงาน
เป็นความกลัวที่ขัดแย้งกันเอง เธอสับสนอะไรหรือเปล่า จริงๆแล้วความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกของผู้หญิงที่วัยใกล้ 30 เกือบจะทุกคน กล่าวคือเมื่ออายุใกล้ถึงวัย ที่สมควรจะมีครอบครัวได้แล้วแต่ก็ยังไม่มี เกิดความรู้สึกไม่อยากขึ้นคาน เพราะหากปล่อยเวลาผ่านไปยิ่งนานวันก็มีสิทธิ์ ที่จะครองชีวิตโสดตลอดไปเป็นแน่ แต่ลึกๆก็กลัวการแต่งงาน กลัวถึงการได้คู่ชีวิตที่ไม่ดี
คู่ครองในอุดมคติ คือคนที่อบอุ่นและใจดีแบบคุณพ่อ ปัญหาที่ดูไร้สาระแต่มันเป็นเรื่องสำคัญของเธอเลย

7. ความสามารถพิเศษ (ที่ไม่เหนือกฎธรรมชาติ อันนี้ขอคนธรรมดาครับ)

ทักษะ

ด้านภาษาศาสตร์

ระดับทักษะ

ไทย

ดีมาก

อังกฤษ

ดี

ภาษาต่างประเทศอื่นๆ

ไม่มี

ทักษะ

ด้านดุริยางคศาสตร์ไทยและสากล

ระดับทักษะ

ขิม

ดีมาก

เปียโน

ดี

ทักษะ

ด้านศิลปกรรมศาสตร์

ระดับทักษะ

พับกระดาษ

ดี

ปรุงอาหาร

ดี


8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป (เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)

ระดับการศึกษา

มัธยมศึกษาตอนต้น

โรงเรียนสตรีศึกษาประจำจังหวัด

มัธยมศึกษาตอนปลาย

โรงเรียนสหศึกษาประจำจังหวัด

ปริญญาตรี

ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ปริญญาโท

สาขา วิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย(แต่ในหลักสูตรปัจจุบันได้แยกสองสาขา ออกจากกันแล้วเนื่องจากมีจำนวนผู้ศึกษาพอเพียงต่อการเปิดแยกกันและอีกหลาย ปัจจัย แต่ในปีที่อาจารย์เอกธิดาจบมานั้นยังไม่มีการแยก สาขาสาขาวิชาวาทวิทยาและและสื่อสารการแสดงออกจากกัน เนื่องจากยังมีผู้ศึกษาจำนวนน้อยอยู่ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเป็นปัจจุบันแล้ว

ประวัติการทำงาน

๒๕๔๔-๒๕๔๗

สมัคร เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ประกาศข่าวของสถานีวิทยุ โทรทัศน์แห่งหนึ่ง แต่ในสองปีแรกของการทำงาน ได้รับตำแหน่งนักข่าวฝึกหัด มีหน้าที่ในการออกหาข่าวและออกสนามข่าวเพื่อนำข่าวมาเขียนส่งหัวหน้าข่าว จากนั้นถึงได้เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา(สอบใบผู้ประกาศผ่านแล้ว)ทำงานอยู่สองปี จึงลาออกเพราะคิดว่าตนเองเหมาะกับอาชีพอาจารย์มากกว่า แล้วศึกษาต่อเพื่อเป็นอาจารย์เนื่องจากตำแหน่งอาจารย์นั้นรับเฉพาะวุฒิการ ศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปเท่านั้น

๒๕๔๘-๒๕๔๙

ศึกษาต่อระดับปริญญาโท

๒๕๕๐-๒๕๕๑

สมัครเข้ารับตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สอนในคณะนิเทศศาสตร์ภาควิชาวารสารสนเทศ และขอออกมาตอนประมาณช่วงปลายปี ๒๕๕๑ เพื่อสมัครเข้าสอนในโรงเรียนลูกบาศก์ตามคำแนะนำของคุณแม่

คุณพ่อชื่อ คุณครู เตือนใจ แจ่มกรุณา

คุณพ่อท่านประกอบอาชีพรับราชการครู (ท่านใกล้จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่ปีนี้แล้ว) คุณพ่อเป็นคนนิ่งและเงียบไม่ค่อยพูด มักจะเห็นท่านอ่านหนังสือมากกว่า เจอท่านทีไรก็เห็นท่านอ่านหนังสืออยู่เสมอ

แต่ถ้าหากลองได้เข้าไปชวนคุยในเรื่องที่ท่านถูกใจ แล้วละก็จะกลายเป็นคนโปรดเอาได้ง่ายๆ ปัจจุบันท่านสอนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในชั้นปี ที่ ๑ เป็นคุณลุงที่รักของเด็กๆ ท่านเป็นคนเลือกชั้นปีในช่วงนี้สอนเอง ท่านเคยสอนในระดับอุดมศึกษามาแล้ว แต่ท่านไม่ชอบซึ่งไม่ทราบเพราะสาเหตุใด จึงออกมาสอนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นที่ถูกใจท่านมากแม้ท่านจะนิ่งเงียบในเวลาปกติ

เมื่อเข้าสู่ช่วงสอน จากคุณลุงเงียบๆ กลายเป็นคุณลุงใจดี ช่างเล่นกับเด็กๆ ท่านจะมีตัวอย่างยกมาประกอบมากมาย เป็นวิทยาศาสตร์เบื้องต้นที่สนุกสนานจริงๆ

คุณแม่ชื่อ อาจารย์ น้ำทิพย์ แจ่มกรุณา

คุณแม่ ท่านประกอบอาชีพอาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง คุณแม่ได้ทำวิจัยและเขียนตำราเอาไว้หลายเล่ม จึงรับตำแหน่งรองศาสตราจารย์(รศ.) และท่านจบระดับดุษฎีบัณฑิต(หลักสูตรปริญญา เอก) ในสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ จึงได้คำนำหน้าชื่อว่า รศ.ดร. น้ำทิพย์ แจ่มกรุณา ในวงการศึกษา

แต่ในบ้านก็จะกลายเป็น คุณแม่น้ำทิพย์สุดที่รักของลูกและสามีเสมอ ไม่มีตำแหน่งใดนอกจากคำว่าแม่และภรรยา
คุณแม่ท่านเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหามากมาย คุณแม่เป็นคนมีจิตใจเมตตากรุณา ยิ้มง่ายและเรียกแทนตัวว่าเรากับทุกคน เป็นคนที่น่ารักเข้าหาได้ง่าย ลูกศิษย์กล้าที่จะเข้าใกล้ และสอบถามของสงสัย ซึ่งเป็นแบบอย่างให้ตัวเอกเองได้ปฏิบัติตาม

มีพี่สาว 1 คน พี่ชาย 1 คน (ยังไม่ได้กล่าวถึง ในขณะนี้)


9. วิชาที่จะสอน

-ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ (วิชาหลัก /ทุกสาขา)

10. แนวทางในการทำงานของคุณ (เช่นวิธีในการสอนของคุณ)

ถึงเอกธิดาจะเป็นคนเจ้าระเบียบ แต่ว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้เธอจะไม่นำ มาใช้กับการสอนเลยเพราะนิสัยเจ้าระเบียบของเธอ ทั้งหมดเป็นการจัดระเบียบตน เองทั้งสิ้นไม่ได้เป็นจัดระเบียบคนอื่น ดั้งนั้นแนวทางในการสอนของเธอคือยึดนักเรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ เพราะว่าภาษาคือจินตนาการ การฝึกใช้ภาษาเท่ากับเป็นการฝึกใช้จินตนาการ วิชาภาษาไทยของเธอจะเน้นในเรื่อง การฟัง การคิด การถาม และการเขียน โดยยึดหลัก หัวใจนักปราชญ์ "สุ. จิ. ปุ. ลิ."

สุ.ได้แก่ สุตะ คือ การฟัง นักปราชญ์ต้องฟังมากและอ่านมาก

จิ.ได้แก่ จิตะ คือ การคิด เมื่อเราฟังหรืออ่านเรื่องราวใดๆต้องคิดตาม ไม่ปล่อยจิตไปอย่างว่างเปล่าไร้ความหมาย ถ้าพบข้อความหรือคำพูดที่ไม่เข้าใจหรือสงสัย ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรอง

ปุ. ได้แก่ ปุจฉา คือ การถาม ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรองและค้นคว้าหาความเข้าใจ ถามข้อคิดอันสงสัยกับครูอาจารย์ดีชี้ปัญญา หรือถามจากหนังสือดี จนรู้แจ้งเห็นจริง

ลิ. ได้แก่ ลิขิต คือ การเขียน เป็น การแสดงผลการฟัง การอ่าน การใช้ความคิด การถาม คือการสอบสวนของผู้ที่จะเป็นนักปราชญ์ ผู้ที่บันทึกข้อความไว้เป็นนักปราชญ์หรือไม่ เป็นนักปราชญ์เพียงใด

นักเรียนต้องเป็นผู้รับฟังที่ดี เริ่มจากฟังเพื่อนๆที่ออกมาเล่าถึงบทวิเคราะห์ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือนอกเวลา โดยหนังสือนอกเวลาที่อ่าน ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาไทย นักเรียนจะอ่านหนังสือนอกเวลาของภาษาใดก็ได้
แต่เมื่อต้องวิเคราะห์ สรุปแก่นของเรื่อง ต้องอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจเป็นภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง การได้เลือกหนังสืออ่านเองนั้น นักเรียนจะมีความสุขในการอ่าน และอยากถ่ายทอด ให้คนอีกมีความสุขในหนังสือเล่มเดียวกันกับเขา

ครูเอกจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง เป็นวรรณคดี นิทานพื้นบ้าน(ไม่จำกัดชนชาติ) บทกลอน เรื่องจากประสบการณ์จริง จากนั้นสรุปข้อคิดหรือความรู้ที่ได้จากเรื่องที่ ครูเล่าให้ฟัง

การพูดเป็นสิ่งสำคัญในสังคม การพูดให้ถูกต้องเหมาะสม พูดด้วยวาจาที่สุภาพเรียบร้อย ถูกกาลเทศะถูกต้องตาม หลักการของภาษา เธอจะสอนเรื่องการพูดให้กับนักเรียนด้วย เช่นกันเริ่มจากเรื่องราวที่ประทับก่อน จึงฝึกหัดพูดในเรื่องที่เป็นทางการมากขึ้น ดูเหมือนเป็นเรื่องน่าเบื่อแต่ มีความจำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้เราพูดกันทุกวัน แต่ก็ยังฟังกันคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เรียบเรียงความคิดก่อนพูดออกไป

ส่วนเรื่องหลักวิชาภาษาไทย ก็ยังคงไว้ในหลักสูตรภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕ จะยังมีเรื่องคำราชาศัพท์และ คำสมาสชน สนธิเชื่อมแทรกอยู่ด้วยเช่นกัน และเรื่องของการฝึกหลักการเขียน เช่นการเขียนบทความ เขียนรายงาน เขียนจดหมาย และเขียนเรื่องสั้นเป็นต้น โดยจะให้นักเรียนลงความเห็นเลือกหัวข้อเรื่อง ที่จะฝึกเขียนขึ้นเอง หรือหากเป็นการฝึกเขียนจดหมาย ก็จะเป็นการเขียนถึงเพื่อนที่รัก หรืออวยพรผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นต้น

นอกจากนี้เธอยังมีลูกเล่นทางการสอนอีกมากมาย ที่จะคิดออกมาอยู่เสมอเพื่อการ เรียนภาษาไทยที่ไม่ใช่แค่การท่องจำ และเขียนให้ถูกต้องเพียงอย่างเดียว ภาษามีเรื่องสนุกให้เล่นกับมันได้มากมาย อยู่ที่ว่าเราจะสนใจใช้มันหรือเปล่า การใช้ภาษาไทยไม่ใช้แค่เขียนถูก แล้วจะถือว่าเป็นคนเก่งภาษา แต่ต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากภาษาด้วย ใช้จินตนาการให้มาก ในการเรียนแล้วเราจะสนุกกับมัน

-คุรุคือผู้ถ่ายทอดความรู้แด่ลูกศิษย์ ครูเอกจดจำหลักการข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เธอจึงขอถ่ายทอดวิชาความรู้ ที่เธอมีให้ลูกศิษย์ของเธอด้วยใจ เหมือนกับที่คุณพ่อและคุณแม่ของเธอได้ทำมาตลอดทั้งชีวิตของท่าน

11. ศาสนา

-พุทธ

12. สัญชาติ/เชื้อชาติ

-สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย

13. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ

-ครูเอกธิดา เรียนปริญญาโทมาเพื่อจะสอนในระดับมหาวิทยาลัยแต่ว่าคุณแม่กลับส่งให้เธอมา สอนในระดับมัธยมศึกษา เธองง และสงสัย แต่ก็ไม่ได้คัดคานแต่อย่างได เพราะสำหรับเธอ การได้เรียนรู้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่แนะนำนั้นยอมเป็นสิ่งที่ ท่านคิดมาดีแล้ว เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน และไม่มีทาง จะหยิบยืนสิ่งที่ไม่ดีมาให้ลูกหลานเป็นแน่ การได้ทดลองทำดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อลงมือทำไปแล้วยอมดีกว่าไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรลงไปเลย อย่างน้อยถ้าไม่ดีก็เพียงแค่ถอยกลับมา

-ครูเอกธิดา มีความต้องการกลับไปสอนที่มหาวิทยาลัยมากกว่า การสอนในระดับมัธยมศึกษา แต่คุณแม่ของเธอคาดการณ์เอาไว้ว่าเธอ จะต้องเปลี่ยนใจและไม่คิดอยากกลับไปสอน ในระดับอุดมศึกษาอีกในเร็ววันนี้แน่ถ้าเธอได้ลองสอนระดับมัธยมศึกษาใน โรงเรียนลูกบาศก์ โรงเรียนและนักเรียนที่นี้จะทำให้เธอรักจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน

-ปัจจุบันครูเอกอาศัยอยู่ที่บ้านกับคุณพ่อคุณแม่ (ยังไม่ระบุสถานที่)

-การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมาโรงเรียน โดยจะมีรถจากที่บ้านมาส่ง(ยังขับรถไม่เป็น) บางครั้งก็เป็นคุณพ่อมาส่ง นานๆครั้งก็อาจเป็นพี่สาวหรือพี่ชาย

http://i423.photobucket.com/albums/pp316/gothailand/E02.gif

การใช้ภาษาในการเขียน

-คำพูดที่ครูเอกธิดาใช้กับลูกศิษย์ในชั้นเรียนมีหลากหลาย เช่น

  • คุณ,หนู,เธอ,หนุ่มน้อย,พ่อหนุ่ม,สาวน้อย,คนสวย,เด็กๆ (เป็นตอนทั่วไป)
  • เด็กดี,ที่รัก (ใช้ตอนที่รักมากเอ็นดู เวลาลูกศิษย์ไม่ดื้อหรือตั้งใจเรียน หรือตอบคำถาม)
  • ขอบคุณค่ะ,ดีมาก,น่ารักมาก (คำลงท้ายเวลาสอน หากถูกใจ)
  • พวกคุณ,พวกเธอ (ใช้บ่อย และตอนที่จะเข้าโหมดจริงจังและเริ่มดุนิดๆ)

-คำพูดที่ครูเอกธิดาใช้กับเพื่อนครูด้วยกัน (เมื่อคิดว่าสนิทกันแล้ว)

  • ถ้าอายุมากกว่าจะ เรียกพี่ เช่น พี่ชา,พี่เดช,พี่เอม (ถ้าเขาอนุญาต) เป็นต้น
  • ถ้าอายุน้อยกว่าจะ เรียกน้อง เช่น น้องเคน,น้องไม,น้องเล,น้องอุนอุน (ถ้าเขาอนุญาต) เป็นต้น
  • ครูเอกคิดว่าการมาทำงานร่วมกันนั้น ต้องอยู่กันแบบพี่น้อง เสมือนญาติมิตร จึงคิดว่าการเรียกขานกัน ควรจะเรียกกันอย่างสนิทใจเหมือนพี่น้อง โดยทั้งหมดนี้จะเรียกเวลาคุยกันแบบสบายๆ มากกว่า
  • ถ้าแบบทางการหรืออยู่ต่อหน้านักเรียนครูเอกจะเรียก ชื่อจริงของครูท่านนั้น (ร่วมถึงคนที่ไม่อนุญาตให้เรียกพี่หรือน้อง ก็จะเรียกด้วยชื่อจริงของครูท่านนั้น)
  • ในช่วงแรกนี้ยังไม่รู้จักใครมาก จึงเรียกชื่อจริงของคุณคนนั้น หรือชื่อเล่นไปก่อน เช่น
    สวัสดีค่ะ ครูจอมฟ้า แต่ถ้ารู้จักกันมาขึ้นก็ใช้อีกแบบ เช่น สวัสดีค่ะ ครูสายฟ้า เมื่อสนิทกันเพิ่มขึ้นคือรู้จักกันมาขึ้นทำงานด้วยกันนานขึ้นก็จะ เรียกว่า น้องสายฟ้า เป็นต้น

สรุปความเป็นตัวครูเอก อย่างย่อ

สวยสง่า หน้าตาดี รูปร่างงาม เป็นคนมีเสน่ห์ น่าหลงใหล

ครูเอกธิดา เป็นคนมีบุคลิกภาพดี มีรูปร่างดี หน้าตาสะอาด การแต่งกายถูกกาลเทศะ มีกิริยาท่าทางดี พูดจาไพเราะ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ยิ้มแย้ม สุภาพ อ่อนโยน ถ่อมตน และให้เกียรติผู้อื่น ทั้งหมดจัดได้ว่าเป็นเสน่ห์

หรือง่ายๆ คำเดียว She เป็น

Perfectionist (เพอร์เฟคชั่นนิสท์) ตัวแม่ค่ะ

ส่วนเอกสารการสมัคร คุณครู สามารถย้อนอ่านได้ค่ะ

ใบสมัครครูภาษาไทย ม.๕ ส่วน A1 ใบประวัติและฐานข้อมูลในการสมัคร

ใบสมัครครูภาษาไทย ม.๕ ส่วน B1 ทดลองสอน

ใบสมัครครูภาษาไทย ม.๕ ส่วน B2 เยี่ยมชมห้องพักครู